สำหรับมือใหม่ที่กำลังวางแผนทริปญี่ปุ่น หลายคนมักจะสับสนว่า “โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)” กับ “โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea)” ต่างกันยังไง? อยู่เมืองเดียวกันไหม? หรือบางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วที่นี่มีถึง 2 พาร์คแยกกันภายใต้อาณาจักรใหญ่ที่เรียกว่า “โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท (Tokyo Disney Resort)”
ซึ่งเพราะหลายคนเจอปัญหาเหล่าบทความนี้จะช่วยคลายทุกข้อสงสัย ตั้งแต่คอนเซปต์ บรรยากาศ ไปจนถึงคำแนะนำแบบ Insight ว่าทริปของคุณเหมาะกับที่ไหนมากกว่ากันค่ะ
ความแตกต่างกันของดิสนีย์แลนด์ vs ดิสนีย์ซีต่างกันยังไง?
ก่อนที่เพื่อน ๆ จะเผลอจองตั๋วผิด แอดอยากให้ทำความเข้าใจโครงสร้างของ Tokyo Disney Resort กันก่อนค่ะ เพราะหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเดินทะลุถึงกันได้ แต่ความจริงคือ โตเกียวดิสนีย์แลนด์กับโตเกียวดิสนีย์ซีอยู่ใกล้กันแต่ “แยกประตูทางเข้า” ชัดเจนนะคะ
ตั๋วใครตั๋วมัน: ตั๋ว 1 ใบ เข้าได้แค่ 1 พาร์คเท่านั้นค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ อยากเข้าทั้งสองที่ในวันเดียว ต้องซื้อตั๋วแยกกัน 2 ใบ (ซึ่งแอดบอกเลยว่าจ่ายหนักมาก!)
Park Hopper คืออะไร?: หลายคนถามถึงตั๋วพิเศษที่เข้าออกได้ 2 ฝั่ง (Park Hopper Passport) ที่นี่ก้มีให้บริการค่ะ แต่ คหสต. ของแอดคือ ตั๋วแบบนี้เหมาะแค่กับ “สายทำคอนเทนต์” ที่เน้นวิ่งไปถ่ายรูปเร็ว ๆ หรือ “สายช้อป” ที่อยากเข้าไปสอยของ Limited แค่นั้นค่ะ แต่สำหรับสายเที่ยวจริงจัง เก็บเครื่องเล่นครบ แอดบอกเลยว่า อย่าหาทำ! เพราะแค่ต่อคิวพาร์คเดียววันหนึ่งก็หมดเวลาแล้วค่ะ
กลยุทธ์วางแผนเที่ยว: ถ้าอยากเสพความเป็นดิสนีย์แบบฉ่ำ ๆ แอดแนะนำให้แยกวันกันไปเลยค่ะ “แลนด์ 1 วัน – ซี 1 วัน” แบบนี้จะคุ้มค่าตั๋วที่สุด ไม่สิ้นเปลืองพลังงานขา และไม่เหนื่อยจนเที่ยวไม่สนุกด้วย
แต่!! สำหรับใครที่มีเวลาจำกัดจริง ๆ ชีวิตนี้ต้องเลือกเพียงหนึ่งเดียว (The Chosen One!) แอดรู้ว่าตัดสินใจยากมากค่ะ เพราะจุดเด่นเขากินกันไม่ลงจริง ๆ เดี๋ยวแอดจะมาช่วยกางความต่างแบบเน้น ๆ ให้เห็นภาพชัด ๆ เพื่อช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในหัวข้อถัดไปค่ะ
การตกแต่งระหว่างโตเกียวดิสนีย์แลนด์ VS ดิสนีย์ซี
ต้องบอกว่าทั้งโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซี เขามีสไตล์การตกแต่งและกลิ่นอายที่ต่างกันแบบคนละขั้วเลยค่ะ ซึ่งตรงนี้แหละที่สำคัญ! เพราะเวลาถ่ายรูปออกมา โทนของรูปและประสบการณ์ที่เพื่อนๆ จะได้รับมันจะให้อารมณ์คนละแบบกันเลย
Tokyo Disneyland: การเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยายและแอนืิเมชั่น
ถ้าเพื่อนๆ เป็นสาย “สดใส ฟรุ้งฟริ้ง” ดิสนีย์แลนด์คือคำตอบค่ะ ที่นี่เน้นการตกแต่งให้ฟีลลิ่งแบบเทพนิยาย มีปราสาทซินเดอเรลล่าสีฟ้าขาวตั้งตระหง่านเป็นแลนด์มาร์คหลัก เมื่อเดินเข้าไปจะเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของดิสนีย์ที่เราเคยดูตอนเด็กๆ เป๊ะเลย!
โทนสีและงานดีไซน์: โทนสีของพาร์คจะมีความละมุน คุมโทนสีสดใสแบบ Candy Color สถาปัตยกรรมภายในจะเน้นเส้นสายที่โค้งมน ดูเป็นมิตร และออกแบบมาให้เหมือนกับในแอนิเมชันแบบถอดแบบกันมาเลยค่ะ
ประสบการณ์ถ่ายรูป: รูปที่ได้จะดู “Pop & Kawaii” มากๆ ถ่ายตรงไหนก็ดูสดชื่น เหมาะกับชุดเจ้าหญิงหรือที่คาดผมหูมิกกี้ที่สุดค่ะ!
Tokyo DisneySea: เมืองท่าหรูหรา กลิ่นอายยุโรปคลาสสิก
แต่ถ้าการเดินเข้าดิสนีย์แลนด์คือการเข้าเมืองเทพนิยาย การเดินเข้าดิสนีย์ซีจะให้ฟีลเหมือนเรากำลัง “ล่องเรือเข้าสู่เมืองท่าเก่าแก่แถบยุโรป” เลยค่ะ บรรยากาศจะมีความอินเตอร์และดูแพงกว่า
โทนสีและงานดีไซน์: โทนสีพาร์คจะมีความเข้มขรึมและจริงจังกว่า เน้นงานอิฐ งานหิน และการจำลองพื้นที่แบบ Multi-level ดีเทลการตกแต่งส่วนใหญ่เน้นความสมจริง (Immersive)
ประสบการณ์ถ่ายรูป: ถึงแม้แต่ละโซนจะมีกลิ่นอายความดิสนีย์ซ่อนอยู่บ้าง แต่บอกเลยว่ามันไม่ได้ “น่ารักมุ้งมิ้ง” แบบฝั่งแลนด์นะคะ แต่มันจะดู “Cinematic & Realistic” มาก ๆ คือถ่ายมุมไหนก็เหมือนไปเที่ยวยุโรปจริง ๆ ในมุมของฉากหลังที่ให้ความรู้สึกหรูหราดูแพง แอดว่าฝั่งซีสวย + โรแมนติกกว่าแบบชนะเลิศไปเลยค่ะ!
POV : ถ้าเพื่อน อยากได้บรรยากาศแบบเทพนิยาย ชอบดีเทลน่ารักแบบหลุดออกมาจากแอนิเมชั่น แนะนำให้มุ่งไป Land ค่ะ แต่ถ้าอยากได้รูปคุมโทน หรูหราให้มาฝั่ง Sea
เครื่องเล่นระหว่างโตเกียวดิสนีย์แลนด์ VS ดิสนีย์ซี
นอกจากการตกแต่งพาร์คจะแตกต่างกัน เครื่องเล่นของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ VS ดิสนีย์ซีก็มีความแตกต่างกันเหมือนกันค่ะ เช่น ..
Tokyo Disneyland : เครื่องเล่นแห่งจินตนาการ เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี
เครื่องเล่นของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ส่วนใหญ่จะเน้น “Family-Friendly” ค่ะ คือเน้นให้คนในครอบครัวเล่นด้วยกันได้ ตั้งแต่เบบี๋ตัวน้อยไปจนถึงคุณปู่คุณย่า ซึ่งส่วนใหญ่เครื่องเล่นของที่นี่ เมื่อเล่นเสร็จจะให้ความรู้สึก”ใจฟู” ค่ะ คือมันไม่ได้ตื่นเต้น แต่จะรู้สึกอิ่มเอบในใจ และทึ่งในความน่ารักและความล้ำของเทคโนโลยีที่ขยับได้เหมือนมีชีวิตจริง ๆ สำหรับครอบครัวแล้ว เครื่องเล่นฝั่งแลนด์ แอดบอกเลยคือ “เซฟโซน” ของทุกวัยจริง ๆ
สไตล์เครื่องเล่น: จะเป็นแนว Dark Rides คือนั่งรถไหลไปตามรางช้า ๆ ในห้องแอร์เย็น ๆ แล้วดูหุ่นตัวการ์ตูนขยับไปมาเล่าเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแอนิเมชันและแอนิเมชั่น-ภาพยนตร์ดิสนีย์ที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ
- ไฮไลท์เครื่องเล่นที่ห้ามพลาด Enchanted Tale of Beauty and the Beast / Pooh’s Hunny Hunt / Big Thunder Mountain/Splash Mountain /Monsters, Inc. Ride & Go Seek!
Tokyo DisneySea: การผจญภัยสุดเร้าใจ
ในขณะที่ฝั่งแลนด์เน้นความหวานนุ่มนิ่มแบบละมุน ๆ แต่ถ้าเป็นที่โตเกียวดิสนีย์ซี เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะมีความเป็นผู้ใหญ่ เอฟเฟกต์จริงจังมากกว่าแบบเห็นได้ชัดเลยค่ะ เพราะเขาจะเน้นให้แขกที่เข้าไปเล่นรู้สึกถึงประสบการร์ร่วมกัน (Immersive Experience)
สไตล์เครื่องเล่น: เครื่องเล่นที่นี่จะเป็นแนว Adventure เครื่องเล่นจะมีแรงเหวี่ยง ความเร็ว และความสูงเข้ามาเกี่ยวเยอะมาก แล้วเครื่องเล่นส่วนใหญ่จะเน้นให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังท่องโลกการสำรวจและความลึกลับเพราะธีมพาร์คคือเมืองท่าและท้องทะเล เครื่องเล่นเลยถูกออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศ
ไฮไลท์ที่ต้องโดน: Tower of Terror / Journey to the Center of the Earth /Soaring: Fantastic Flight /20,000 Leagues Under the Sea และ โซนใหม่ล่าสุดอย่าง Fantasy Springs
ความรู้สึกหลังเล่นเครื่องเล่นในโซนนี้จะรู้สึก “สะใจ” และได้หลั่งอะดรีนาลีนค่ะ! เพราะว่ามันจะมีความเร็ว ความสูง ความดิ่งมากกว่าถ้าเทียบกับดิสนีย์แลนด์ ซึ่งถ้าใครพาเด็ก ๆ มา ต้องเช็คส่วนสูงดี ๆ นะคะ
POV : ถ้าให้แอดนิยามแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ โตเกียวดิสนีย์แลนดืจะเน้นเครื่องเล่นที่ถักทอความฝันแบบเทพนิยายในจินตนาการให้จับต้องได้ แต่ของโตเกียวดิสนีย็ซีจะเน้นเครื่องเล่นที่ให้ประสบการณ์การผจญภัยที่น่าสนใจและตื่นเต้น
สินค้า ของฝาก ของที่ระลึก
สำหรับสายช้อปปิ้ง สินค้าก็ถือว่าเป็นจุดหลักที่ต้องตัดสินใจเช่นเดียวกันค่ะ เพราะถึงแม้ว่าทั้งโตเกียวดิสนีย์แลนด์และโตเกียวดิสนีย์ซีจะเป็นพาร์คหลักที่อยู่ภายใต้ “ดิสนีย์” เหมือนกัน แต่ที่หลายคนไม่ทราบและมักจะพลาดกันคือการเข้าผิดพาร์คแล้วไม่สามารถเก้บสินค้าที่ตัวเองอยากได้ เพราะทั้งสองพาร์คมีสินค้า “บางอย่าง” ที่ไม่เหมือนกันอยู่ค่ะ
Tokyo Disneyland
- สินค้าของ Tokyo Disneyland ส่วนใหญ่จะอยู่ที่โซน World Bazaar คือถ้าเดินผ่านประตูเข้าไปก็จะเจอเลย ซึ่งจะรวมสินค้าไว้เยอะมาก ๆ และเยอะที่สุดในทุกร้านที่กระจายในตามโซนเลย ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วสามารถช้อปปิ้งหูที่ชอบ แล้วใส่ถ่ายรูปได้เลย
- สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับสินค้าของ Tokyo Disneyland คือสินค้าของที่นี่จะมีความติ้วท์คาวาอี้มากกว่าดิสนีย์แลนด์ที่อื่น ๆ อย่างเห็นชัด เพราะว่าสินค้าที่นี่จะเป็นของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทผลิตเอง รับเข้ามาน้อยมาก และสินค้าของที่นี่ก็ไม่ค่อยไปโผล่ที่พาร์คอื่นในต่างประเทศ ซึ่งถ้าเป็นสายช้อปเห็นแล้วอาจจะเป็นลมหรือซื้อจนหน้ามืด แต่แอดแนะนำว่าอย่าเพิ่งซื้อเยอะนะคะ เพราะว่ามันจะหนัก 555 ไม่คล่องตัวเวลาเที่ยวค่ะ แนะนำให้ซื้อแค่หูมิกกี้ แล้วขากลับก่อนออกจากพาร์คค่อยซื้อก็ได้
- สินค้าบางคอลเลเคชั่น จะมีวางจำหน่ายที่ Tokyo Disneyland เท่านั้น และมีการจำกัดระยะเวลาขาย จำกัดจำนวนชิ้น ดังนั้นสายช้อปถ้าเล็งสินค้าคอลเลคชั่นไหน ต้องดูสถานที่ขายดี ๆ นะคะ
Tokyo DisneySea
- สำหรับสินค้าใน Tokyo DisneySea ก็มีความพิเศษ + ยูนีคเหมือนกันค่ะ โดนร้านที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นร้านที่อยู่ใกล้ ๆ กับ Mediterranean Harbor ถึงแม้ว่าหลาย ๆ ชิ้นจะมีเหมือนกับฝั่งแลนด์ แต่บางชิ้นจะมีการออกแบบให้มีกลิ่นอายของทะเลเข้ากับธีมเมืองท่าของที่นี่ซึ่งแน่นอนว่า มีขายเฉพาะฝั่งนี้เท่านั้น
- สำหรับสินค้ากลุ่ม Duffy and Friends และ Fantasy Springs จะมีขายเฉพาะในฝั่ง Tokyo DisneySea เท่านั้น
- และเหมือนกันกับฝั่งแลนด์ สินค้าบางคอลเลเคชั่น จะมีวางจำหน่ายที่ Tokyo DisneySea เท่านั้น แถมมีกฎในการขายเหมือนกันเลย คือ มีจำกัดระยะเวลาขาย+จำนวนชิ้น
ความเฟรนลี่สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ
ถ้าพูดกันตรง ๆ แบบไม่อ้อมนะคะ โตเกียวดิสนีย์แลนด์ กับ โตเกียวดิสนีย์ซี ไม่ได้แค่มีความแตกต่างกันในแง่ธีมหรือเครื่องเล่นเท่านั้น แต่ตัวโครงสร้างของพาร์คเองก็ถูกออกแบบมาค่อนข้างชัดเจนว่าเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายคนละแบบ โดยเฉพาะในมุมของความเฟรนด์ลี่ต่อเด็กและผู้สูงอายุ แอดขอสรุปความแตกต่างแบบใช้งานจริงให้เห็นภาพชัด ๆ นะคะ
Tokyo Disneyland : เซฟโซนเด็ก + ผู้สูงอายุ = ชนะขาด
- แผนที่ในพาร์คของฝั่งแลนด์ออกแบบมาให้เดินง่าย โซนไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเดินอ้อมหรือวนซ้ำบ่อย ๆ ซึ่งสำคัญมากกับเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านแรงและเวลา
- พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ มีเนินน้อย ทำให้การใช้รถเข็นเด็กหรือรถเข็นผู้สูงอายุทำได้จริง ไม่ใช่แค่ “ใช้ได้ในทางเทคนิค”
- เครื่องเล่นจำนวนมากเป็นเครื่องเล่นแบบครอบครัว ที่ไม่ค่อยมีแบบแรงกระชากแรง ๆ ไม่เน้นความเร็ว เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่ไม่เครียด ผู้สูงอายุไม่เวียนหัว
- นอกจากนี้ฝั่งแลนด์ยังมีโชว์และพาเหรดตลอดวัน ทำให้สามารถเข้าไปชมได้ แบบที่ได้พักขาไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นจุดแข็งมากสำหรับทริปที่มีหลายช่วงวัย
- ที่นั่งพักขาก็มีให้เห็นตลอดเส้นทาง ไม่ต้องเดินจนหมดแรงก่อนค่อยเจอจุดพัก
Tokyo DisneySea : เหมาะกับวัยรุ่น – วัยหนุ่มสาว
- โครงสร้างของฝั่งซีจะมีความซับซ้อนกว่า ทั้งระยะทางระหว่างโซนที่ค่อนข้างไกล ทางเดินที่มีโค้งและเนิน รวมถึงการเดินขึ้น-ลงหลายจุด ซึ่งอาจทำให้เด็กและผู้สูงอายุเหนื่อยสะสมได้เร็ว
- เครื่องเล่นส่วนใหญ่เน้นธีมการผจญภัย ความลึกลับ และบรรยากาศมืด เอฟเฟกต์สมจริง เสียงดัง ทำให้ไม่ใช่ทุกเครื่องเล่นที่เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุจะรับไหว และหลายครั้งครอบครัวต้องแยกกันเล่น
- ฝั่งซีไม่มีพาเหรดและมีโชว์น้อยกว่า ทำให้ประสบการณ์ส่วนใหญ่ต้อง “เดินไปหา” มากกว่านั่งรับ ทำให้เหมาะกับกลุ่มที่ร่างกายยังพร้อมและตั้งใจมาเดินเสพบรรยากาศจริง ๆ
ระดับ “ความเหนื่อย” ต่อวัน
หลายคนมักคิดว่าความเหนื่อยในดิสนีย์วัดจากจำนวนเครื่องเล่นหรือความยาวแถว แต่จากประสบการณ์ตรงของแอดที่เคยไปทั้งแบบไปเอง และไปพร้อมครอบครัวที่มีทั้งเด็กอายุ 3 ขวบ เด็กอายุ 9 ขวบ รวมถึงผู้สูงอายุ 2 ท่าน ซึ่งหนึ่งท่านเดินเองได้ และอีกหนึ่งท่านต้องนั่งรถเข็นเป็นหลัก บอกเลยว่าทริปนั้นเป็นทริปที่ “เหนื่อยแบบบันเทิง” มากค่ะ
วันที่เข้าเที่ยวฝั่ง Tokyo Disneyland แทบไม่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ แต่ความแตกต่างเริ่มเห็นชัดในวันที่พาทุกคนข้ามไปฝั่ง Tokyo DisneySea สมาชิกในทริปมีอาการล้าและพลังตกเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด และสิ่งที่ทำให้เด็กเริ่มงอแงหรือผู้สูงอายุเริ่มหมดแรง ไม่ได้มาจากการต่อคิวนานอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “จังหวะการเดินทั้งวัน” ของพาร์คแต่ละฝั่งมากกว่าค่ะ
ฝั่ง Tokyo Disneyland จะเป็นการเดินแบบ เดิน–นั่ง–ดู–พัก สลับกันไปตลอดวัน เดินไปสักพักก็มีโชว์ มีพาเหรด หรือเครื่องเล่นแนวนั่งยาว ๆ ให้ได้พักขา เด็กได้พักอารมณ์ ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็ไม่ต้องฝืนร่างกาย ความเหนื่อยจึงไม่สะสมเป็นก้อนใหญ่ แต่ค่อย ๆ ถูกตัดตอนเรื่อย ๆ ระหว่างวัน หลายคนเลยรู้สึกว่าเดินทั้งวันก็จริง แต่ยังพอไหวและยังสนุกต่อได้
แต่เมื่อข้ามมาฝั่ง Tokyo DisneySea รูปแบบการใช้พลังงานจะเปลี่ยนไปชัดเจน ซีเป็นพาร์คที่ต้องเดินเป็นหลัก ระยะทางระหว่างโซนค่อนข้างยาว ทางเดินมีทั้งโค้งและเนิน ช่วงเช้าที่ยังไม่ร้อนมากอาจยังเดินเพลิน แต่พอเข้าสู่ช่วงบ่าย พลังงานของเด็กเล็กจะเริ่มลดลง ผู้สูงอายุเริ่มล้าที่เข่าและหลัง และความเหนื่อยจะค่อย ๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว
จากทริปนั้นทำให้แอดเข้าใจมากขึ้นว่า ความต่างของแลนด์กับซีไม่ได้อยู่ที่ว่าอันไหนดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าพาร์คแต่ละฝั่งถูกออกแบบมาให้เรา “ใช้แรงคนละแบบ” ตลอดทั้งวันมากกว่า ถ้าลองสังเกตดี ๆ เวลาไปเที่ยว ลองดูพลังงานของคนในทริปช่วงเช้ากับช่วงบ่าย แล้วอาจจะเริ่มเห็นคำตอบด้วยตัวเองว่า ทำไมบางพาร์คถึงเหมาะกับบางช่วงวัยมากกว่าอีกฝั่งค่ะ
คำถามที่พบบ่อย : ดิสนีย์แลนด์กับดิสนีย์ซี ควรไปไหนดี?
จากประสบการณ์ของแอด ถ้ามีเด็กเล็กอยู่ในทริป Tokyo Disneyland จะเป็นมิตรกับเด็กมากกว่า ทั้งเรื่องระยะทาง การเดิน พาเหรด และเครื่องเล่นที่เด็กเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าเด็กจะเข้า DisneySea ไม่ได้ เพียงแต่อาจต้องเลือกโซนและจัดจังหวะการเดินให้เหมาะมากขึ้นค่ะ
จากประสบการณ์ของแอด เด็กที่เริ่มสนุกกับ DisneySea มักเป็นเด็กที่อายุประมาณช่วงประถมขึ้นไป และสามารถเดินเองได้ยาว ๆ โดยไม่ต้องนั่งรถเข็นตลอดวัน เด็กกลุ่มนี้จะเริ่มอินกับบรรยากาศการผจญภัย ความอลังการ และธีมที่จริงจังกว่าฝั่งแลนด์
สำหรับเด็กเล็กกว่าในวัยอนุบาล เด็กบางคนอาจยังไม่อินกับบรรยากาศที่ค่อนข้างมืด เสียงดัง และต้องเดินเยอะ ทำให้ความสนุกหมดเร็วกว่า Tokyo Disneyland โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่พลังเริ่มตก พูดง่าย ๆ คือ DisneySea ไม่ได้วัดที่อายุอย่างเดียว แต่วัดที่พลังในการเดิน และความสนใจในบรรยากาศของเด็กแต่ละคนมากกว่าค่ะ จุดนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องประเมินให้ดีนะคะ
เที่ยวได้ค่ะ แต่ควรเตรียมใจเรื่องระยะทางและพลังงานที่ต้องใช้มากกว่าฝั่งแลนด์ DisneySea มีทางเดินยาวและเนินหลายจุด การวางแผนเส้นทางและเผื่อเวลาพักจะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น
ถ้ามีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุรวมอยู่ในทริป Tokyo Disneyland จะตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าเป็นทริปวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ล้วน และตั้งใจไปเสพบรรยากาศ DisneySea ก็เป็นตัวเลือกที่น่าประทับใจมากค่ะ
ถ้าอยากไปทั้ง Disneyland และ DisneySea ควรจัดวันยังไงดี?
สำหรับคนที่อยากเก็บทั้งสองพาร์คในทริปเดียวกันแบบไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่าเสียเที่ยว แอดแนะนำว่า ควรแบ่งเวลาให้กับโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทอย่างน้อย 2 วันค่ะ โดยให้ Tokyo Disneyland ไปเลย 1 วันเต็มก่อน แล้วค่อยเก็บ Tokyo DisneySea อีก 1 วันถัดมา วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกาย โดยเฉพาะของเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ได้มีเวลาปรับจังหวะการเดิน และไม่สะสมความเหนื่อยเร็วเกินไป
จากประสบการณ์จริง แลนด์เป็นพาร์คที่เดินสลับพักได้ตลอดวัน เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุยังพอรักษาพลังไว้ได้ค่อนข้างดี การเริ่มทริปด้วยฝั่งแลนด์จึงช่วยเซฟแรงและอารมณ์ของคนในทริปได้มากกว่า ขณะที่ DisneySea เป็นพาร์คที่ใช้พลังงานต่อเนื่องและต้องเดินเป็นหลัก ถ้าเก็บไว้ในวันที่ทุกคนยังมีแรง จะช่วยให้เที่ยวได้เต็มที่และสนุกกับบรรยากาศของซีได้มากขึ้น
สิ่งที่แอดไม่ค่อยแนะนำคือการเข้าออกสลับพาร์คระหว่างวัน เพราะพลังงานของร่างกายไม่ได้รีเซ็ตใหม่ทุกเช้า โดยเฉพาะในทริปครอบครัว การวางแผนลำดับวันให้เหมาะตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ทั้งสองพาร์คสนุกได้ครบ โดยไม่ต้องจบวันไหนด้วยความรู้สึกว่าเหนื่อยเกินไปค่ะ
ถ้าอยากไปทั้ง Disneyland และ DisneySea ในวันเดียว ทำยังไงดี?
ถ้าพูดกันตรง ๆ การเก็บทั้ง Tokyo Disneyland และ Tokyo DisneySea ในวันเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ แต่จะเหมาะกับกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาวที่พลังงานยังเหลือ และพร้อมเดินทั้งวันจริง ๆ มากกว่าค่ะ เพราะร่างกายยังรับความล้าได้ และฟื้นตัวได้เร็วกว่า
แต่ถึงจะพลังเยอะ ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ควรคาดหวังว่าจะเล่นเครื่องเล่นได้เยอะ เพราะคิวเครื่องเล่นที่ญี่ปุ่นค่อนข้างโหดมาก ต่อให้ซื้อบัตร DPA ก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถทำเวลาได้เพิ่มขึ้นมากขนาดนั้น การย้ายพาร์คในวันเดียวจึงไม่ใช่สูตรลัดสำหรับการ “เก็บให้คุ้ม” อย่างที่หลายคนคิด
รูปแบบที่พอจะเวิร์กจริง ๆ คือ ต้องมีเป้าหมายที่ชัดตั้งแต่ต้น เช่น ตั้งใจมาเล่นเครื่องเล่นแค่อันนี้ มาเพื่อเจอคาแรกเตอร์นี้ หรือมาเพื่อดูโชว์นี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่หวังว่าจะเก็บได้ครบทั้งสองฝั่ง เพราะถ้าเข้าด้วย mindset แบบอยากได้ทุกอย่าง มีโอกาสเหนื่อยก่อนและเฟลได้ง่ายมาก
ถ้าเป้าหมายคือการเที่ยวแบบสบาย ๆ อยากเดินดูบรรยากาศ ซึมซับแต่ละพาร์คให้เต็มที่ แอดยังมองว่าการแบ่งเป็นอย่างน้อย 2 วัน จะคุ้มกว่าและสนุกกว่าอย่างชัดเจน และถ้าทริปนั้นมีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กรวมอยู่ด้วย การพยายามเก็บทั้งสองพาร์คในวันเดียว แอดแนะนำให้พักไอเดียนี้ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ทั้งทริปกลายเป็นการฝืนร่างกายมากกว่าการมาเที่ยวค่ะ
สรุป
สุดท้ายแล้ว ไม่มีพาร์คไหนดีกว่ากันสำหรับทุกคน แต่อยู่ที่ว่าใครอยู่ในทริป พลังงานของแต่ละคนเป็นแบบไหน และคาดหวังกับการเที่ยวครั้งนั้นแค่ไหน ถ้าเลือกให้เหมาะกับจังหวะของคนในทริปได้ตั้งแต่แรก โอกาสที่จะสนุกครบและไม่เสียดายทีหลังก็จะมากขึ้นค่ะ
สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังวางแผนเที่ยว Tokyo Disneyland หรือ Tokyo DisneySea นอกจากการซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกผ่านช่องทางทางการแล้ว ยังสามารถใช้แพลตฟอร์มอย่าง Klook และ KKday ในการจองบริการท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก เช่น โรงแรมใกล้ Tokyo Disney Resort รถรับส่งสนามบิน บัตรรถไฟ หรือกิจกรรมท่องเที่ยวในโตเกียว เพื่อช่วยให้การวางแผนทริปง่ายและครบในที่เดียว
อย่าลืมใช้โค้ดส่วนลด DISNEYEVERYTHINGKLK (Klook) หรือ DISNEYEVT (KKday) ตอนทำการจอง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อีกเล็กน้อยค่ะ
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท
- All Posts
- DAILY DISNEY NEWS
- Disney Cruise Line
- รวมเรื่องเกี่ยวกับดิสนีย์แลนด์ DISNEY PARKS
- เกร็ดดิสนีย์
- Back
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- RESTAURANT ร้านอาหารเซียงไฮ้ดิสนีย์แลนด์
- DISNEY HOTEL โรงแรมในเครือดิสนีย์
- Back
- RESTAURANT ร้านอาหาร
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- Back
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- RESTAURANTS ร้านอาหาร
- DISNEY HOTEL โรงแรมในเครือดิสนีย์
- Back
- RESTAURANTS ร้านอาหารในโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- DISNEY HOTEL โรงแรมในเครือดิสนีย์
- Back
- Disney+Hotstar
- MOVIE AND ANIMATION
- Back
- โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท TOKYO DISNEY RESORT
- ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ HONG KONG DISNEYLAND
- เซียงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ Shanghai Disneyland
- โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท TOKYO DISNEY RESORT
- โตเกียวดิสนีย์แลนด์ l TOKYO DISNEYLAND
- โตเกียวดิสนีย์ซี TOKYO DISNEYSEA
- RESTAURANTS ร้านอาหารในโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- DISNEY HOTEL โรงแรมในเครือดิสนีย์
- RESTAURANT ร้านอาหาร
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- RESTAURANTS ร้านอาหาร
- DISNEY HOTEL โรงแรมในเครือดิสนีย์
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- RESTAURANT ร้านอาหารเซียงไฮ้ดิสนีย์แลนด์
- DISNEY HOTEL โรงแรมในเครือดิสนีย์
- Back
- โตเกียวดิสนีย์แลนด์ l TOKYO DISNEYLAND
- โตเกียวดิสนีย์ซี TOKYO DISNEYSEA
- RESTAURANTS ร้านอาหารในโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น
- DISNEY HOTEL โรงแรมในเครือดิสนีย์
- RESTAURANT ร้านอาหาร
- ATTRACTICNS เครื่องเล่น








